ทำวัตรเย็น – Evening Chant

ทำวัตรเย็น - Evening Chant

1. บูชาพระรัตนตรัย – Praise to the Triple Gem
2. ปุพพภาคนมการ (Pubbabhaganamakarapatha) – Preliminary passage of reverence
3. พุทธานุสสติ (Buddhanussati) - Recollection of the Buddha
4. พุทธาภิคีติ (Buddhābhigītim) – Verses in praise of the Buddha
5. ธัมมานุสสติ (Dhammānussati) - Recollection of the Dhamma
6. ธัมมาภิคีติ (Dhammābhigītim) – Verses in praise of the Dhamma
7. สังฆานุสสติ (Sanghānussatim) - Recollection of the Sangha
8. สังฆาภิคีติ (Sanghābhigītim) – Verses in praise of the Sangha

อุททิสสนาธิฏฐานคาถา (กรวดน้ำตอนเย็น) - Verses of dedication of merit and aspiration
…………………………………………………………………………………………………

บูชาพระรัตนตรัย – Praise to the Triple Gem

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะควันตัง อะภิวาเทมิ
(พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน)
Araham sammā-sambuddho bhagavā Buddham bhagavantam abhivādemi
The Lord, the Perfectly Self-Enlightened One, I pay homage to the Buddha, the Awakened One, the Blessed One.
กราบ (prostrate once)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ - พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม
Svākkhāto bhagavatā dhammo Dhammam namassāmi
The Teaching is well expounded by the Blessed One, I pay homage to the Dhamma
กราบ (prostrate once)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ - พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์
Supatipanno bhagavato sāvaka-sangho Sangham namāmi
The Sangha, the Blessed One's disciples have practiced well, I pay homage to the Sangha.
กราบ (prostrate once)

…………………………………………………………………………………………………….

ปุพพภาคนมการ (Pubbabhaganamakarapatha) – Preliminary passage for revering

ผู้สวดนำเริ่มว่า - Invocation by Leader:
หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะ ภาคะ นะมะการัง กะโรมะ เส - เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความนอบน้อมอันเป็นส่วนเบื้องต้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด
Handa mayam buddhassa bhagavato pubba-bhāga-namakāram karoma se:
Now let us chant the preliminary passage in homage to the Awakened One, the Blessed One:

All:
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 ครั้ง) - ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
Namo tassa bhagavato arahato sammā-sambuddhassa (Three times)
Homage to the Blessed One, the Worthy One, the Perfectly Self-Awakened One
…………………………………………………………………………………………………….

พุทธานุสสติ (Buddhanussati) - Recollection of the Buddha

Leader:
หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส - เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระพุทธเจ้าเถิด
Handa mayam Buddhanussatinayam karoma se
Now let us chant recollection of the attributes of the Buddha

ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัล๎ยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต, - ก็กิตติศัพท์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ได้ฟุ้งไปแล้วอย่างนี้ว่า
Tam kho pana bhagavantam evam kalyāno kitti-saddho abbhuggato:
The great reputation of the Blessed One has spread throughout the worlds:

อิติปิ โส ภะคะวา - เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
Itipi so bhagavā
He is the Blessed One,

1.อะระหัง - เป็นผู้สิ้นจากกิเลส
Araham
A Worthy One, purity and perfection, he is entirely free from all defilements,

2.สัมมาสัมพุทโธ - เป็นผู้ตรัสรู้ธรรมอย่างถูกต้องด้วยพระองค์เอง
Sammā-sambuddho – fully enlightened* by himself

Sammasambuddha (พระสัมมาสัมพุทธเจ้า) – a Perfect Buddha, the Teacher and the Leader of human beings, deities, and brahmas, he discovered the Dhamma and formed the Sangha

Paccekabuddha (พระปัจเจกพุทธเจ้า), pacceka means ‘separately, individually’, sometimes called ‘silent or solitary Buddha’, the enlightened one by himself but he does not teach, and no Sangha formed.
3. วิชชาจะระณะสัมปันโน - เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชา (ความรู้แจ้ง 8 ประการ) และจรณะ (ความประพฤติดี 15 อย่าง)
Vijjā-carana-sampanno
He is perfect in knowledge* and moral conduct**, accomplished in the conduct leading to awareness or cognitive skill, omniscient.

*Vijja (วิชชา - knowledge) – 8 kinds of supernormal knowledge achieved from the attainment of right mental concentration (samadhi),

1-6 is 6 higher spiritual powers called Abhinna 6 (อภิญญา 6)

1-5 is lokiya-abhinna (still involve in worldly matters),
The sixth knowledge is lokuttara-abhinna (knowledge that enables the transcending of the world)

1. Iddhi vidha (อิทธิวิธา หรือ อิทธิวิธิ) – supernormal powers of transformation, miracles (แสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้)
2. Dibba sota (ทิพพโสต) – divine ear (หูทิพย์)
3. Ceto-pariya-nana (เจโตปริยญาณ) – penetration of the minds of others, power to read minds (ความรู้ที่กำหนดใจผู้อื่นได้)
4. Pubbe-nivasanusati (ปุพเพนิวาสานุสสติ) – remembrance of former existence (ระลึกชาติได้)
5. Dibba chakkhu (ทิพพจักษุ) – divine eye, clairvoyance (ตาทิพย์)
6. Asavakkhaya - nana (อาสวักขยญาณ) – knowledge of the extinction of all cankers, mental intoxicants (ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะ)
7. Vipassana-nana (วิปัสสนาญาณ) – insight knowledge, power attained through penetrative insight (ญาณในวิปัสสนา)
8. Manomayiddhi (มโนมยิทธิ) – mind-made images through magical power (ฤทธิ์ทางใจ คือ นิรมิตกายอื่นออกจากกายนี้)
………………………………………………………….

**Carana (จรณะ - conduct) – (ข้อปฏิบัติเพื่อบรรลุวิชชา หรือความรู้ในพุทธศาสนา), conduct or practice to attain vijja (knowledge and powers)

1. Pātimokkha samvara sīla – restraint of morals/precepts (สังวรศีล)
2. Indriya samvara sīla – restraint of senses (อินทรียสังวร - การสำรวมอินทรีย์ คือระวังไม่ให้บาปอกุศลธรรมครอบงำใจ เมื่อรับรู้อารมณ์ด้วยอินทรีย์ทั้ง 6)
3. Bhojane mattannutā - moderation in eating (โภชเน มัตตัญญุตา - ความรู้จักประมาณในการบริโภค)
4. Jagariyānuyoga - moderation in sleep, to keep mind and body alert, practice of wakefulness (ชาคริยานุโยค - ขยันหมั่นเพียรตื่นตัวอยู่เป็นนิตย์ ชำระจิตมิให้มีนิวรณ์)
5. Saddha – faith, confidence (ศรัทธา)
6. Hiri – shame of unwholesome actions (หิริ)
7. Ottappa – fear of unwholesome actions (โอตัปปะ)
8. Bahusacca – broad knowledge (พหุสัจจะ)
9. Viriya - energy, diligence (วิริยะ)
10. Sati - mindfulness (สติ)
11. Panna - wisdom (ปัญญา)

12-15 are the four meditative absorptions or jhana (ฌาน) attained through concentration (appana samadhi)
12. The first absorption – ปฐมฌาน (Pathamajjhana)
13. The second absorption – ทุติยฌาน (Dutiyajjhana)
14. The third absorption – ตติยฌาน (Tatiyajjhana)
15. The fourth absorption – จตุตถฌาน (Catutthajjhana)
4. สุคะโต - เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
Sugato
Completely liberated himself from mental suffering, the Accomplished One for welfare of all beings,

5. โลกะวิทู - เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
Lokavidū
He is the knower of the worlds as they really are,

6. อะนุตตะโร ปุริสสะธัมมะสาระถิ - เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
Anuttaro purisa-damma-sārathi
He is incomparable in teaching beings,

7. สัตถาเทวะมนุสสานัง - เป็นครูผู้สอนทั้งของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
Satthā deva-manussānam
He is the Teacher and the Leader of human beings, celestial beings, and brahmas

8. พุทโธ - เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ไม่มีทุกข์
Buddho
He knows the Truths, the Awakened One, Enlightened One,

9. ภะคะวาติ. - เป็นผู้มีความเจริญจำแนกธรรมสั่งสอนสรรพสัตว์ ดังนี้
Bhagavāti
The Blessed One, the Holy One, with incomparable worthy attributes, having fulfilled with parami (10 perfections), direct knowledge, supernormal powers, and providing clear comprehension of Truths in accordance with nature and attributes of those to be tamed.
………………………………………………………………………………..

พุทธาภิคีติ (Buddhābhigītim) – Verses in praise of the Buddha

Leader:
หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส - เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณนาสรรเสริญพระพุทธเจ้าเถิด
Handa mayam buddhābhigītim karoma se:
Now let us chant the verses in praise of the Buddha

All:
พุทธ๎ะวาระหันตะ วะระตาทิคุณาภิยุตโต, - พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ, มีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณ เป็นต้น
Buddhvārahanta-varatādigunābhiyutto,
The Buddha is endowed with great virtues, purest morality, and worthiness,

สุทธาภิญาณะ กะรุณาหิ สะมาคะตัตโต, - มีพระองค์อันประกอบด้วยพระญาณ, และพระกรุณาอันบริสุทธิ์
Suddhābhināna-karunāhi samāgatatto,
In him, with ultimate in wisdom, knowledge and purified, infinite compassion,

โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลัง วะ สูโร, - พระองค์ใดทรงกระทำชนที่ดีให้เบิกบาน, ดุจอาทิตย์ทำบัวให้บาน
Bodhesi yo sujanatam kamalam va sūro,
Awakens the wise likened lotus blooms when the sun rises,

วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง, - ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ (ชินสีห์ - ผู้ชนะ) ผู้ไม่มีกิเลสพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า
Vandāmaham tam-aranam sirasā jinendam.
I revere with my head that Jina, who conquered all defilements and impurities,

พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง, - พระพุทธเจ้าพระองค์ใดเป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ท ั้งหลาย
Buddho yo sabba-pānīnam Saranam khemam-uttamam.
The Buddha, the supreme refuge for all beings,

ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง, - ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นอันเป็นที่ตั้งแห ่งความระลึกองค์ที่หนึ่ง ด้วยเศียรเกล้า
Pathamānussatitthānam Vandāmi tam sirenaham,
I revere with my head that Buddha as the first jewel of recollection.

พุทธัสสาหัสมิ ทาโส (ผู้หญิง: ทาสี) วะ, พุทโธ เม สามิกิสสะโร - ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า, พระพุทธเจ้าเป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า,
Buddhassāhasmi dāso (WOMEN: dāsī) va, Buddho me sāmikissaro
I am a servant of the Buddha, my master and guidance.

พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม, - พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกำจัดทุกข์, และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
Buddho dukkhassa ghātā ca Vidhātā ca hitassa me.
The Buddha is the destroyer of suffering, upholds blessing and benefit for me,

พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง, - ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระพุทธเจ้า
Buddhassāham niyyādemi Sarīranjīvitancidam.
I devote this life to the Buddha

วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ, พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง, - ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม, ซึ่งความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า
Vandantoham (Vandantīham) carissāmi, Buddhasseva subodhitam.
With my profound reverence, I have followed the supreme knowledge of the Buddha,

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง, พุทโธ เม สะระณัง วะรัง, - สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
Natthi me saranam annam, Buddho me saranam varam:
With no other refuge, the Buddha is my noble refuge:

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน, - ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
Etena sacca va jena, Vaddheyyam satthu sasane,
By the utterance of this truth, may I progress in the religion of the Great Teacher.

พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ), ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ, - สัพเพปิ อันตะรายา เม, มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา
(ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า, ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้ อันตรายทั้งปวงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าด้วยเดชแห่งบุญนั ้น)
Buddham me vandamānena (vandamānāya) Yam punnam pasutam idha, Sabbe pi antarāyā me, Māhesum tassa tejasā.
Through the accrued merit of my effort and reverence to the Buddha, may I be free from all dangers.

สวดในขณะหมอบกราบ (bow down and say):

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา, พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง, พุทโธ ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยันตัง, กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ
(ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระพุทธเจ้า ขอพระพุทธเจ้าจงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น เพื่อการสำรวมระวัง ในพระพุทธเจ้า ในกาลต่อไป)
Kāyena vācāya va cetasā vā, Buddhe kukammam pakatam mayā yam, Buddho patigganhatu accayantam, Kālantare samvaritum va buddhe
Any misdeeds by bodily acts, speech, and mind I have committed towards the Buddha, may all the offenses be pardoned, and to restrain from such wrongdoings in the future.
………………………………………………………………..

ธัมมานุสสติ (Dhammānussati) - Recollection of the Dhamma

Leader:
หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส - เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระธรรมเถิด
Handa mayam dhammānussati-nayam karoma se:
Now let us chant recollection of the attributes of the Dhamma

All:
1. สวากขาโต ภะคะวา ธัมโม - พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว คือถูกต้องทุกประการ
Svākkhāto bhagavatā dhammo
Dhamma is well expounded by the Blessed One, perfect in meaning,

2. สันทิฏฐิโก - เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง ได้รับผลด้วยตนเอง
Sanditthiko
The practitioner of Dhamma can see and directly experience the result, immediate reality,

3. อะกาลิโก - เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล ไม่เป็นสิ่งล้าสมัย
Akāliko
The Dhamma is timeless, immediate result, unconditioned by time or season,

4. เอหิปัสสิโก - เป็นสิ่งที่ควรกล่าวแก่ผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด ให้พิสูจน์ได้
Ehipassiko
Come and see to experience (inviting all to examine) result of the Dhamma,

5. โอปะนะยิโก - เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
Opanayiko
Leading inwards, leading us to our depths - inner peace, leading towards Nibbana

6. ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ - เป็นสิ่งที่ผู้รู้ พึงรู้ได้เฉพาะตน ดังนี้ ฯ
Paccattam veditabbo vinnūhīti - can be attained individually by the wise.
………………………………………………………………………………………………

ธัมมาภิคีติ (Dhammābhigītim) – Verses in praise of the Dhamma

Leader:
หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เส - เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณนาสรรเสริญพระธรรมเถิด
Handa mayam dhammābhigītim karoma se:
Now let us chant the verses in praise of the Dhamma:

All:
ส๎วากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย, - พระธรรมเป็นสิ่งที่ประเสริฐเพราะประกอบด้วยคุณ, คือความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น
Svākkhātatādiguna-yogavasena seyyo,
The Dhamma is superior, excellent virtues, well expounded by the Blessed One,

โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท, - เป็นธรรมอันจำแนกเป็นมรรคผลปริยัติและนิพพาน
Yo magga-pāka-pariyatti-vimokkha-bhedo,
Divided as Path and fruition, theory, practice, realization - nibbana,

ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี, - เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรม จากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว
Dhammo kuloka-patanā tadadhāri-dhārī
The practitioners are protected from miserable world and woeful realms,

วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง, - ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น อันเป็นเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด
Vandāmaham tama-haram vara-dhammam-etam.
I revere the Dhamma, the destroyer of darkness of ignorance

ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง, - พระธรรมใดเป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย
Dhammo yo sabba-pānīnam Saranam khemam-uttamam,
The Dhamma, the supreme refuge of all beings,

ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง, - ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้นอันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก องค์ที่สองด้วยเศียรเกล้า
Dutiyānussatitthānam Vandāmi tam sirenaham,
I revere with my head that Dhamma as the second jewel of recollection,

ธัมมัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ, ธัมโม เม สามิกิสสะโร, - ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม, พระธรรมเป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า
Dhammassāhasmi dāso (dāsī) va, Dhammo me sāmikissaro,
I am a servant of the Dhamma, my master, guidance,

ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม, - พระธรรมเป็นเครื่องกำจัดทุกข์, และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
Dhammo dukkhassa ghātā ca Vidhātā ca hitassa me,
The Dhamma is the destroyer of suffering, upholds blessing and benefit for me

ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง, - ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระธรรม
Dhammassāham niyyādemi Sarīranjīvitancidam – I devote this life to that Dhamma,

วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ, ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง, - ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม, ซึ่งความเป็นธรรมดีของพระธรรม
Vandantoham (Vandantīham) carissāmi, Dhammasseva sudhammatam
With my reverence to Dhamma, I have followed the great virtue of doctrine,

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง, ธัมโม เม สะระณัง วะรัง, - สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระธรรมเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
Natthi me saranam annam, Dhammo me saranam varam:
With no other refuge, Dhamma is my superb refuge,

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน, - ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
Etena sacca-vajjena, Vaddheyyam satthu-sāsane.
By the utterance of this truth, may I progress in the religion of the Great Teacher.

ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ), ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ, สัพเพปิ อันตะรายา เม, มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา
(ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระธรรม, ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้ อันตรายทั้งปวงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าด้วยเดชแห่งบุญนั ้น)
Dhammam me vandamānena (vandamānāya) Yam punnam pasutam idha, Sabbe pi antarāyā me, Māhesum tassa tejasā
Through the accrued merit of my effort and reverence to the Dhamma, may I be free from all dangers.

สวดในขณะหมอบกราบ (bow down and say):

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา, ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง, ธัมโม ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยันตัง,
(ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี กรรมน่าติเตียนอันใดที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระธรรม ขอพระธรรมจงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น เพื่อการสำรวมระวังในพระธรรมในกาลต่อไป)
Kāyena vācāya va cetasā vā, Dhamme kukammam pakatam mayā yam, Dhammo patigganhatu accayantam, Kālantare samvaritum va dhamme.
Any misdeeds by bodily acts, speech, and mind I have committed towards the Dhamma, may all the offenses be pardoned, and to restrain from such wrongdoings in the future.
…………………………………………………………………………………………………….

สังฆานุสสติ (Sanghānussati) - Recollection of the Sangha

Leader:
หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส – เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระสงฆ์เถิด
Handa mayam sanghānussati-nayam karoma se:
Now let us chant recollection of the attributes of the Sangha*,

* 2 kinds of Sangha
1. Bhikkhu Sangha is the community of bhikkhus and bhikkhunis, monks and nuns, the fully ordained ones, they do not realize any stage of enlightenment.

2. Ariya Sangha, or the Noble Sangha, they attain some degree of enlightenment: stream-enterers, once-returners, non-returners, and arahants

In chanting, clearly the Sangha refers to ‘Ariya Sangha’.
All:
1. สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว)
Supatipanno bhagavato sāvaka-sangho,
The Sangha, the Blessed One's disciples who have practiced well (practice the Buddha’s path),

2. อุชุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว)
Uju-patipanno bhagavato sāvaka-sangho,
The Sangha, the Blessed One's disciples who have practiced straight (upright),

3. ญายะปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว)
Nāya-patipanno bhagavato sāvaka-sangho,
The Sangha, the Blessed One's disciples who have practiced insightfully (with knowledge, wisdom),

4. สามีจิปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว)
Sāmīci-patipanno bhagavato sāvaka-sangho,
The Sangha, the Blessed One's disciples who have practiced with integrity (practice the eightfold path completely),

ยะทิทัง - (ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ)
Yadidam - That is

จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา – (คู่แห่งบุรุษ 4 คู่, นับเรียงตัวบุรุษได้ 8 บุรุษ)
Cattāri purisa-yugāni attha purisa-puggalā:
That is the four pairs, the eight kinds of noble beings (the four levels of enlightenment)*

1. stream-enterer - โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล
2. once-returner - สกิทาคามิมรรค สกิทาคามิผล
3. non-returner - อนาคามิมรรค อนาคามิผล
4. arahant - อรหัตตมรรค อรหัตตผล.
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า)
Esa bhagavato sāvaka-sangho
These are the Blessed One's disciples, the Sangha,

5. อาหุเนยโย - (เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา)
Āhuneyyo - worthy of gifts,

6. ปาหุเนยโย - (เป็นผู้ควรแก่สักการะที่จัดไว้ต้อนรับ)
Pāhuneyyo - worthy of hospitality,

7.ทักขิเนยโย - (เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน)
Dakkhineyyo - worthy of offerings,

8.อัญชะลีกะระนีโย - (เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี)
Anjali-karanīyo - worthy of respect,

9.อะนุตตะรัง ปุญญะเขตตัง โลกัสสาติ – (เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้)
Anuttaram punnakkhettam lokassāti. - the supreme field of merit for the world.
………………………………………………………………………………………………………………

สังฆาภิคีติ (Sanghābhigītim) – Verses in praise of the Sangha

Leader:
หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส - เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณนาสรรเสริญพระสงฆ์เถิด
Handa mayam sanghābhigītim karoma se:
Now let us chant the verses in praise of the Sangha:

All:
สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต, - พระสงฆ์ที่เกิดโดยพระสัทธรรม, ประกอบด้วยคุณมีความปฏิบัติดีเป็นต้น
Saddhammajo supatipatti-gunādiyutto,
The Sangha, born of the true doctrine (Dhamma), having excellent virtue of good practice, etc.

โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ, - เป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคลอันประเสริฐแปดจำพวก
Yotthābbidho ariya-puggala-sangha-settho,
The community of eight types of noble beings,

สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต, - มีกายและจิตอันอาศัยธรรมมีศีลเป็นต้นอันบวร
Sīlādidhamma-pavarāsaya-kāya-citto:
Body and mind guided by superb doctrine, virtue and morality as the refuge,

วันทามะหัง ตะมะริยานะ คะณัง สุสุทธัง, - ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่งพระอริยเจ้าเหล่านั้น อันบริสุทธิ์ด้วยดี
Vandāmaham tam-ariyāna-ganam susuddham,
I revere the community of that purified noble disciples,

สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง, - พระสงฆ์หมู่ใดเป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สาม ด้วยเศียรเกล้า
Sangho yo sabba-pānīnam Saranam khemam-uttamam,
I revere with my head the Sangha, the excellent refuge of all being as the third jewel of recollection,

สังฆัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ, สังโฆ เม สามิกิสสะโร, - ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์, พระสงฆ์เป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า
Sanghassāhasmi dāso (dāsī) va, Sangho me sāmikissaro.
I am a servant of the Sangha, my master, guidance,

สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม, - พระสงฆ์เป็นเครื่องกำจัดทุกข์, และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
Sangho dukkhassa ghātā ca, Vidhātā ca hitassa me.
The Sangha is the destroyer of suffering, upholds blessing and benefit for me,

สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง, - ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระสงฆ์
Sanghassāham niyyādemi, Sarīranjīvitancidam.
I devote this life to the Sangha,

วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ, สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง, - ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม, ซึ่งความปฏิบัติดีของพระสงฆ์
Vandantoham (Vandantīham) carissāmi, Sanghassopatipannatam.
With my reverence to the Sangha, I have followed good conduct of the Sangha,

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง, สังโฆ เม สะระณัง วะรัง, - สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระสงฆ์เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
Natthi me saranam annam, Sangho me saranam varam:
With no other refuge, the Sangha is my superb refuge:

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน, - ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
Etena sacca-vajjena, Vaddheyyam satthu-sāsane.
By the utterance of this truth, may I progress in the religion of the Great Teacher,

สังฆัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ), ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ, สัพเพปิ อันตะรายา เม, มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา
(ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระสงฆ์, ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้ อันตรายทั้งปวงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าด้วยเดชแห่งบุญนั ้น)
Sangham me vandamānena (vandamānāya), Yam punnam pasutam idha, Sabbe pi antarāyā me, Māhesum tassa tejasā.
Through the accrued merits of my effort and reverence to the Sangha, may I be free from all dangers.

สวดในขณะหมอบกราบ (bow down and say):

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา, สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง, สังโฆ ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยันตัง, กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ
(ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี กรรมน่าติเตียนอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในพระสงฆ ์ ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น เพื่อการสำรวมระวัง ในพระสงฆ์ในกาลต่อไป)
Kāyena vācāya va cetasā vā, Sanghe kukammam pakatam mayā yam, Sangho patigganhatu accayantam, Kālantare samvaritum va sanghe.
Any misdeeds by bodily acts, speech, and mind I have committed towards the Sangha, may all the offenses be pardoned, and to restrain from such wrongdoings in the future.

จบคำทำวัตรเย็น (end of Evening Chant)

Translate »